A Girl on the Shore - Asano Inio

A Girl on the Shore ของ อาซาโนะ อินิโอะ : เก็บรวมสายลมใต้ฟ้าสีคราม


ความสมดุลที่ประณีต


เมื่อยืนอยู่ตรงหน้าแนวทุ่นสกัดคลื่น ไกลออกไปมองเห็นท้องทะเลตัดกับเส้นขอบฟ้า ซาโต โคเมะดูเหมือนจะมองเห็นไม่ไกลไปกว่าเรื่องของตัวเธอเอง ในวันคืนของช่วงมัธยมต้นปีสาม การมองไปที่ใดก็ไม่พ้นจากความมุ่งมาดปรารถนาของตัวเองนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด ความอยากเป็นที่ชื่นชอบ ความต้องการเป็นจุดสนใจของคนที่ประทับใจ และความผิดหวังที่เรื่องราวไม่เป็นไปอย่างที่ใจคิด ล้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อพบกับความจริงที่ว่าการมีสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับคนอื่นนั้นมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ล้นเกินไปจากเรื่องของตนเอง การจมจ่อมอยู่กับความคาดหวังของตัวเองจะกลายเป็นหนทางลัดสู่ความไม่สมหวังดังใจ ความเสียใจ และอาจเลยเถิดไปเป็นความสิ้นหวังทดท้อ การเผชิญหน้ากับความรู้สึกเหล่านี้โดยมีชีวิตต่อไปจึงเรียกว่าการเติบโต ที่ต่างคนต่างพบพานในรูปแบบที่ต่างกันไป


A Girl on the Shore หรือ Umibe no Onnanoko หรือ A Girl by Seaside เป็นผลงานมังงะของอาซาโนะ อินิโอะ ได้ตีพิมพ์ลงในวารสาร Manga Erotic-F จากฉบับที่ 58 ของวันที่ 7 เดือนกรกฎาคม 2009 ถึงฉบับที่ 79 ของวันที่ 8 เดือนมกราคม 2013 ก่อนจะตีพิมพ์รวมเล่มเป็นสองเล่มในปี 2011 และ 2013 ตามลำดับ ต่อมาได้รับการแปลและตีพิมพ์ในภาษาอังกฤษเมื่อปี 2016 ผลงานจัดอยู่ในประเภทมังงะสำหรับผู้ใหญ่ที่มีฉากสำหรับผู้อ่านอายุเกิน 18 ปี ช่วงเวลาตีพิมพ์คาบเกี่ยวกับ Oyasumi Punpun หรือ “ฝันดีนะ ปุนปุน” โดยเมื่อครั้งที่เริ่มตีพิมพ์เผยแพร่ A Girl on the Shore เนื้อหาใน “ฝันดีนะ ปุนปุน” ก็ดำเนินอยู่ตรงช่วงที่ปุนปุนเข้าเรียนชั้นมัธยมต้น อ. อาซาโนะเคยเล่าว่าเรื่องราวที่ไม่ได้ถ่ายทอดออกมาใน “ฝันดีนะ ปุนปุน” เนื่องจากไม่เข้ากับเนื้อหาหรือแนวเรื่องก็ได้ถูกยักย้ายมาถ่ายทอดไว้ใน A Girl on the Shore ในทำนองของการปลดปล่อยแนวคิดที่ต่างไปออกมาในผลงานชิ้นอื่นไปพร้อมกับผลงานที่กำลังดำเนินเรื่องอยู่ สำหรับ อ. อาซาโนะแล้ว A Girl on the Shore จึงเป็นผลงานที่สร้างขึ้นอย่างประณีตเพื่อรักษาสมดุลทดแทนการเดินตามแรงกระตุ้นไปจนสุดขั้วในตอนที่เขียน “ฝันดีนะ ปุนปุน


ชายหาดกับสิ่งที่ตามหา


In town, there’s tiny beach that’s never busy, not even in the middle of summer.

I used to like walking there, looking for stuff.

Like old fireworks.

Or kelp.

A hat knocked off someone’s head by the wind.

You basically never find what you were expecting to.

And maybe you weren’t expecting to find anything right from the start…


เรื่องราวของ A Girl on the Shore เกิดขึ้นในเมืองติดทะเลในภูมิภาคคันโต บรรยากาศของเมืองต่างจังหวัดที่ไม่ได้มีห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งบันเทิงให้วัยรุ่นได้ไปรวมตัว ทำให้ฉากหลังที่ชินตาจากเรื่องมีแต่เพียงที่โรงเรียนกับที่บ้าน ภาพทิวทัศน์ที่คุ้นตาจึงเป็นภาพหลังคาเรียงต่อกันของย่านที่อยู่อาศัย ถนนหนทางที่เงียบเหงาไม่ค่อยมีรถรา ท่ามกลางบรรยากาศเรียบเฉยแบบต่างจังหวัด ซาโต โคเมะ นักเรียนชั้นมัธยมต้นปีสามเพิ่งผ่านประสบการณ์ไม่สู้ดีนักเกี่ยวกับเรื่องทางเพศกับนักเรียนชายมัธยมปลาย ได้ปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบชี้นำจนไปตกลงมีเพศสัมพันธ์กับ อิโซเบะ เคย์สึเกะ เด็กชายเก็บตัวที่อยู่ชั้นเดียวกันและเคยสารภาพรักกับเธอตอนปีหนึ่ง อิโซเบะนั้นแม้จะพยายามยืนยันความรู้สึกและถามหาคำตอบรับ แต่โคเมะก็ยืนกรานปฏิเสธไม่ให้เกิดอะไรมากไปกว่าเรื่องทางกายภาพ ความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเด็กวัยรุ่นทั้งสองจึงเปิดฉากขึ้นหลังม่านที่ความบริสุทธิ์ได้สูญเสียไป


เมื่อความรู้สึกที่มีให้กับนักเรียนชายมัธยมปลายคนเดิมได้ถูกปฏิเสธอย่างชัดเจน โคเมะก็เริ่มใช้เวลากับอิโซเบะที่บ้านของฝ่ายชาย ทั้งสองคนทำราวกับกำลังค้นหาสิ่งของที่ถูกลืมทิ้งไว้บนหาดทราย ใช้ความปรารถนาที่มองเห็นแต่ตนเองของแต่ละคนเป็นสิ่งนำทาง แปะป่ายกอดเกี่ยวกันอย่างมะงุมมะงาหรา จากการนัดพบกันที่บ้านของอิโซเบะก็เลื่อนมาเป็นในห้องน้ำหญิงของโรงเรียน เลยออกไปที่โกดังเก็บของร้างเขตชานเมืองในบางคราว ความสัมพันธ์ทางร่างกายทำให้เริ่มเกิดความใกล้ชิดกันในทางจิตใจ แต่ถึงแม้อิโซเบะจะพูดถึงเรื่องการคบหากันอย่างคู่รักทั่วไปอย่างไร โคเมะก็ยังบอกปัดเรื่องนั้นให้ตกไปอยู่เสมอ


โคเมะใช้เวลาที่ห้องของอิโซเบะอ่านมังงะและฟังเพลงอย่างเรื่อยเปื่อย แต่ข้าวของในห้องนอนนั้นที่จริงเป็นของพี่ชายของอิโซเบะ เตียงนอนสองชั้นนั้นก็ถูกใช้แต่เฉพาะชั้นบน บล็อกที่อิโซเบะเขียนอยู่ซึ่งโคเมะเฝ้าถามว่าเขียนเกี่ยวกับอะไรนั้นแท้ที่จริงก็เป็นของพี่ชาย ต่อมาไม่นาน เงาของพี่ชายที่ตายจากไปก็เริ่มปรากฏขึ้นในฐานะตัวตนที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของอิโซเบะ เผยให้เห็นร่องรอยของความไม่ปกติที่ซ่อนอยู่ในตัวตนและจิตใจของเด็กผู้ชาย ที่ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไร ความแปลกแยกก็ปรากฏออกให้เห็นอย่างน่าหวาดหวั่นมากขึ้นเท่านั้น และต่อมาก็ได้กลายเป็นสิ่งที่นิยามระยะห่างระหว่างทั้งสองคน


Isobe: Pretty sure, I’ll be dead soon so…

Koume: Shut uuuup. That’s too sad.

Isobe: Whatever, doesn’t matter. I mean, no one’ll care if I’m gone.

Koume: …I guess so…

Isobe: I’m cursed, you know. My brother cursed me.

Koume: What’s that supposed to mean? Hey, turn the air conditioner up. It’s so hot, I’m practically melting.

Isobe: Sato. What’re you gonna do when you grow up?

Koume: Dunno. I mean, the future.

I just wanna stay like this.

Isobe: That’s dumb. That’s what everyone says, and then they go and waste their lives.

Koume: Okay then. I wish I could just melt into nothing like this.


อิโซเบะที่มีความคิดผิดเพี้ยนแฝงฝังอยู่ในใจ กับโคเมะที่ไม่รู้แน่ชัดว่าสี่งที่ต้องการคืออะไร จึงได้แต่คลำทางหาหนทางที่ไม่ได้นำไปสู่อะไรในความเวิ้งว้าง ไม่ต่างจากการเดินหาข้าวของบนหาดทรายที่ได้รับเวลาที่พอเหมาะอาจจะนำไปสู่บางสิ่งบางอย่าง แต่เมื่อไม่ได้อยู่กันเพียงลำพังเสมอไป อิโซเบะกับโคเมะจึงต้องตอบสนองต่อสังคมรอบข้างของเมืองต่างจังหวัดชายทะเลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรื่องราวยิ่งตอกย้ำตรงจุดนี้เมื่อมีการปรากฏขึ้นมาของภาพถ่ายหญิงสาวบนชายหาดที่ทำให้โคเมะพยายามลบไฟล์ภาพทิ้งจนทำให้อิโซเบะฉุนเฉียวที่โดนใช้คอมพิวเตอร์โดยพลการ และการมีบทบาทของตัวละครอย่างคาชิมะ เด็กผู้ชายร่วมชั้นที่อยู่ชมรมเบสบอลเข้ามาเกี่ยวข้อง


คาชิมะบังเอิญพบอิโซเบะกับโคเมะเดินกลับบ้านด้วยกันในเย็นวันหนึ่ง ความสัมพันธ์ลับๆ จึงเริ่มเป็นที่พูดถึงในหมู่เด็กนักเรียน หลายวันต่อมา คาชิมะก็เผชิญหน้ากับอิโซเบะ เค้นสอบถามและข่มขู่ด้วยกำลังไม่ให้อิโซเบะที่เป็นคนนอกซึ่งย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่มายุ่มย่ามกับโคเมะซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเด็กกับคาชิมะอีก


คำข่มขู่ของคาชิมะทำให้ได้รับรู้ว่าพวกอันธพาลที่เป็นพรรคพวกของเขานั้นเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่ได้รุมกลั่นแกล้งพี่ชายของอิโซเบะจนเลิกมาโรงเรียน ก่อนที่จะฆ่าตัวตายโดยการเดินลงทะเล อิโซเบะก็รู้เรื่องนี้ดีจึงขืนสู้ด้วยฝีปากและแรงต่อต้าน ก่อนที่ทั้งคู่จะโดนพบโดยเหล่าครูและโดนเรียกตัวออกมาหน้าห้อง แต่เรื่องราวก็ไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น เมื่ออิโซเบะใช้วาจายั่วยุกระทั่งคาชิมะระงับอารมณ์ไม่อยู่ กระโจนเข้าใส่จนทั้งสองคนตกจากระเบียงทางเดิน เหตุการณ์ครั้งนี้ได้ผลักให้อิโซเบะกับโคเมะที่ผิดใจกันอยู่แล้วยิ่งห่างเหินกันมากขึ้นไปอีก


โคเมะตัดสินใจไปเที่ยวตามคำชวนของนักเรียนอันธพาลมัธยมปลาย แต่ลงท้ายก็ไม่ยอมปล่อยตัวปล่อยใจตามสถานการณ์ จึงกลับมาที่เมืองด้วยอารมณ์ขุ่นมัวและแปลกแยก ไม่กี่วันต่อมา โคเมะก็ไปหาอิโซเบะที่ห้อง โดยได้บอกเหตุผลที่มาเพราะว่าอยากจะเจอ อิโซเบะจึงแสดงท่าทีปฏิเสธการพยายามเข้าหาของโคเมะ แต่ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็ใช้เวลาร่วมกันค้างคืนที่บ้านหลังนั้น โดยในระหว่างที่พูดคุยกันอยู่ตอนหนึ่ง อิโซเบะได้บอกเล่าถึงความคิดของตนเองที่ว่าเขาไม่สมควรจะมีชีวิตตามปกติ ไม่สมควรที่จะมีเซ็กส์หรืออะไรทำนองนั้น และถึงที่สุดแล้วก็ไม่สมควรที่จะมีชีวิตอยู่จนถึงขั้นตัดสินใจ “จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบลง” สิ่งเหล่านี้บ่งบอกถึงอิทธิพลที่การตายของพี่ชายมีต่อตัวอิโซเบะ โคเมะที่รับฟังก็เลือกที่จะวางท่าทีเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ก็ได้จับมืออิโซเบะไว้เมื่อบอกให้เขาเลิกพูดเรื่องที่จะตาย จากนั้นทั้งคู่ก็นอนหลับอิงแอบกันโดยที่นิ้วมือยังเกาะเกี่ยวกันอยู่


ความตั้งใจทำลายตัวเองของอิโซเบะได้แสดงออกมาเป็นแผนการดักทำร้ายนักเรียนอันธพาลกลุ่มที่เคยกลั่นแกล้งพี่ชายและที่โคเมะเคยไปเที่ยวด้วย ขณะที่โคเมะสั่งซื้อแผ่นซีดีของวง Happy End ที่เป็นเจ้าของเพลง Kaze wo Atsumete เพื่อเป็นของขวัญให้อิโซเบะพร้อมกับเขียนจดหมายสารภาพรักแนบไว้ เส้นทางความรู้สึกที่หักเหออกจากกันของทั้งคู่ก็ได้ถูกถ่ายทอดออกมาบนฉากเมืองในวันที่พายุฝนเข้าฝั่ง โคเมะได้ออกเดินตามหาอิโซเบะทั่วทุกที่เพื่อมอบของขวัญให้แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เจอ และแผ่นซีดีนั้นก็ถูกทิ้งลงถังขยะ กลายเป็นภาพแทนของเสียงตะโกนเรียกท่ามกลางสายฝนโหมกระหน่ำที่ไม่มีผู้ใดได้ยิน และความรู้สึกที่ส่งไปไม่ถึงผู้รับอีกต่อไป

A Girl on the Shore ของ อาซาโนะ อินิโอะ Inio Asano
A Girl on the Shore
เช็กราคา ที่ร้านคิโนะ (Kinokuniya)


เก็บรวมสายลมใต้ฟ้าสีคราม


A Girl on the Shore เริ่มต้นจากปลายทางของความสัมพันธ์แล้วจึงย้อนกลับไปที่จุดเริ่ม เป็นการเริ่มต้นที่ความสัมพันธ์ทางร่างกายก่อนเดินทางไปสู่การสารภาพบอกความรู้สึก แทนที่จะเป็นการเล่าจากการพัฒนาความสัมพันธ์ทีละขั้นจากค่อยๆ รู้จัก มังงะเรื่องนี้จึงเป็นผลงานอีโรติกที่วางอยู่บนเรื่องราวการก้าวเดินเข้าไปในพรมแดนที่ไม่รู้จักของเด็กวัยแรกโตชายหญิง เล่าถึงความเจ็บปวดและการเติบโตที่ทำให้สิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน เหลือเพียงร่องรอยในความรู้สึกที่พอจะช่วยยืนยันให้จดจำได้ว่าตัวเองเคยอยู่ที่นั่น เคยพบเจอกันแบบนั้น และเคยรู้สึกถึงบางอย่างร่วมกันแบบนั้นในช่วงจังหวะเวลาหนึ่งของชีวิต


แต่ละตัวละครล้วนเอาแต่ใจตัวเอง ยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง มองทุกสิ่งในคลองสายตาผ่านกรอบความต้องการของตัวเองโดยสิ้นเชิง จึงก่อเกิดเป็นความคลาดเคลื่อนในความเข้าใจและการมองข้ามเรื่องราวสำคัญราวกับจงใจ ความบกพร่องของความเป็นเด็กในเรื่องนี้กลายเป็นสิ่งที่โดดเด่นอย่างหนึ่งในผลงานชิ้นนี้ และเป็นความสำเร็จของ อ. อาซาโนะ ในการถ่ายทอดงานภาพและตีความความสัมพันธ์ของผู้คนในช่วงวัยกำลังเติบโต เป็นผลงานมังงะอีโรติกร่วมสมัยที่ควรค่าแก่การอ่านและสะสมอย่างยิ่ง