river's edge - okazaki kyoko

River’s Edge ของ โอคาซากิ เคียวโกะ : ริมฝั่งหลังพงหญ้า


ริมฝั่งแห่งความมุ่งร้าย

Kyoko Okazaki River's Edge โอคาซากิ เคียวโกะ
River’s Edge
เช็กราคาที่ร้านคิโนะ (Kinokuniya)


ในย่านชานเมืองโตเกียวแห่งนั้นมีแม่น้ำไหลผ่าน เป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่มีน้ำไหลเอื่อยเฉื่อย ทั้งยังมีจุดน้ำนิ่งขังที่ส่งกลิ่นเหม็นทั่วบริเวณ บนริมฝั่งที่ถูกทิ้งให้รกร้างมีหญ้าขึ้นสูงท่วมตัวคน มีเศษขยะและซากแมวตายกระจายอยู่ตรงนั้นตรงนี้ ไม่ไกลกันนักมีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่เป็นฉากหลัง จากที่นั่นมีปล่องควันที่มีควันสีขาวพวยพุ่งอยู่เสมอ กลุ่มควันส่งกลิ่นสารเคมีที่ระบุประเภทไม่ได้ออกมาปนเปในชั้นบรรยากาศ และในละแวกใกล้เคียงกันนี้เองที่โรงเรียนของตัวละครในเรื่อง “River’s Edge” ตั้งอยู่ โรงเรียนแห่งนั้นเองก็มีสภาพไม่น่ายินดี ผนังมีรอยขีดเขียนอย่างไร้การใส่ใจ มีอาคารเรียนหลังเก่าที่ถูกทิ้งรกร้างตั้งอยู่ในรั้วบริเวณ มีขยะทิ้งเกลื่อนกลาดตามทางเดิน มีการกลั่นแกล้งกันในหมู่นักเรียนราวกับว่าเป็นผลมาจากบรรยากาศที่แผ่กระจายอยู่ในบริเวณนั้น


บรรยากาศของชานเมืองเสื่อมโทรมที่แฝงความมุ่งร้ายไร้เหตุผลเอาไว้ในทุกอณู


มังงะเรื่อง “River’s Edge” เป็นผลงานของโอคาซากิ เคียวโกะ (Kyoko Okazaki) ตีพิมพ์เป็นรายตอนครั้งแรกในนิตยสารสตรีและแฟชั่นรายเดือน “CUTiE” นับจากปี 1993 ถึงปี 1994 และตีพิมพ์รวมเล่มโดย Takarajimasha Wonderland Comics ในเดือพฤษภาคม 1994 จากนั้นได้ถูกตีพิมพ์ซ้ำอีกหลายครั้งก่อนจะได้ถูกแปลและตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษในปี 2023 โดย Kodansha USA Publishing


เช่นเดียวกับผลงานของผู้เขียนเล่มอื่นๆ “River’s Edge” บอกเล่าถึงภาพแทนจิตสำนึกแห่งยุคสมัยของญี่ปุ่นช่วงปลายทศวรรษ 80 ต่อ 90 โดยในครั้งนี้ได้หยิบยกแง่มุมที่อาจชวนให้ประหวั่นพรั่นพรึงของชีวิตหญิงสาววัยรุ่นที่ใช้ชีวิตอยู่ในเขตชานเมืองมหานครโตเกียว ทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับเพศและเพศสภาพ การใช้ยาเสพติด การค้าบริการทางเพศ ภาวะผิดปกติของการรับประทานอาหาร (Eating Disorders) ปนเปไปกับเรื่องของความโดดเดี่ยวและความรู้สึกเวิ้งว้างว่างเปล่า ความผิดเพี้ยนทางจิตใจ โดยมองผ่านชีวิตของวัยรุ่นมัธยมปลายจากหลายที่มาราวหกคน ที่ได้มาเกี่ยวข้องกันบนฉากหลังแห่งความเสื่อมโทรมที่ไร้ปราณีแห่งนี้


ในพงหญ้ารก


River’s Edge” เล่าเรื่องผ่านสายตาของวาคาคุสะ ฮารุนะ (Wakakusa Haruna) เด็กสาวมัธยมปลายที่ต้องคอยช่วยเหลือเด็กหนุ่มที่มีใบหน้างดงาม ยามาดะ อิจิโร (Yamada Ichiro) จากการโดนรุมกลั่นแกล้งของเพื่องร่วมชั้นที่รุนแรงมากขึ้นทุกที โดยเฉพาะจากหัวโจกผู้นำกลุ่มอย่างคันนอนซากิ (Kannonzaki Toge) ที่เป็นเด็กผู้ชายที่ไปมาหาสู่กับวาคาคุสะเอง วันหนึ่งเมื่อคันนอนซากิขังยามาดะไว้ในตู้ล็อกเกอร์ที่โรงเรียน วาคาคุสะที่ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนเพื่อแจ้งข่าวเรื่องนี้ก็ต้องกุลีกุจอออกมาจากบ้านกลางดึกดื่นเพื่อไปช่วยยามาดะที่โรงเรียน เราจึงได้ทราบว่าวาคาคุสะไม่ได้สนิทสนมกับยามาดะเท่าไรนัก เพียงแค่เคยพูดคุยกันเพียงหนเดียวบนดาดฟ้าตอนที่เธอขึ้นไปสูบบุหรี่ นอกเหนือไปจากนี้ก็เป็นการที่วาคาคุสะรู้เรื่องที่ยามาดะชอบเอาอาหารไปให้ลูกแมวจรจัดที่อยู่ในมุมหนึ่งด้านหลังโรงเรียน ในคืนนั้น ทั้งสองคนได้เดินบนสะพานข้ามแม่น้ำกลับบ้านด้วยกัน และถึงแม้จะเป็นที่ชื่นชอบในหมู่นักเรียนหญิง ยามาดะนั้นกลับรู้สึกว่าตนเองมีด้านที่น่ารังเกียจอยู่มากมาย ทั้งเรื่องที่คิดแก้แค้นพวกที่มารุมกลั่นแกล้งอย่างโหดร้าย ไปจนถึงเรื่องที่ตัวเขาเองนั้นเป็นเกย์ วาคาคุสะนั้นเป็นคนแรกที่ยามาดะได้บอกเรื่องนี้ให้รู้


สองสัปดาห์ถัดมา ยามาดะที่หยุดเรียนไปได้กลับมาเรียนอีกครั้ง และเขาก็โดนคันนอนซากิรุมกลั่นแกล้งอีกครั้งโดยสั่งให้เปลื้องผ้าออกจนหมดแล้วเอาเสื้อผ้าไปซ่อน ดูเหมือนยิ่งวาคาคุสะพยายามจะห้ามปรามมากขึ้นเท่าใด คันนอนซากิก็ยิ่งกลั่นแกล้งยามาดะรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น มากจนกระทั่งเพื่อนร่วมกลุ่มยังถึงกับรู้สึกไม่เข้าท่าจนต้องโยนความรับผิดชอบให้วาคาคุสะเป็นคนห้าม แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้น วาคาคุสะที่ถึงแม้จะฉุนเฉียวแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรก็ต้องเป็นคนมาช่วยยามาดะเองอีกครั้งโดยเป็นคนเอาชุดพละมาให้ ทั้งสองคนคุยกันประสาเพื่อนเป็นครั้งแรก และท่ามกลางบรรยากาศที่น่าพึงใจแบบแปลกประหลาดนั้น หัวข้อพูดคุยที่เริ่มจากการหาอาหารมารองท้อง มาจนถึงเรื่องเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่จะช่วยให้คลายหนาว ต่อมาจนถึงเรื่องสมบัติลับที่ยามาดะได้ออกปากชวนวาคาคุสะว่าจะพาไปดู แล้วทั้งสองก็นัดพบกันคืนวันนั้นตอน 6:15 ที่ทุ่งหญ้าริมฝั่งแม่น้ำ


“สมบัติ” ที่ยามาดะพาวาคาคุสะไปดูนั้นคือศพที่กลายเป็นโครงกระดูกในพงหญ้าริมฝั่งแม่น้ำ


Yamada: There’s just something about seeing this corpse that comforts me.

I never know whether I’m dead or alive.

When I look at it, it gives me courage.


ถึงแม้ยามาดะจะบอกวาคาคุสะว่าไม่เคยเล่าเรื่องศพให้ใครฟังมาก่อน แต่ก็มีอีกคนที่รู้เรื่องนี้แล้วนั่นคิอ โยชิคาวะ โคซูเอะ (Yoshikawa Kozue) นักเรียนหญิงที่ทำงานเป็นนางแบบไปพร้อมกับเรียนและมีนิสัยชอบกินอาหารแล้วล้วงคอขย้อนอาเจียนออกมาจนหมด วันถัดมา โยชิคาวะมาทักทายวาคาคุสะอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย และได้ชี้ให้วาคาคุสะมองดูนักเรียนชายที่กำลังเล่นฟุตบอลคนหนึ่ง และบอกว่าคนๆ นั้นคือผู้ชายคนที่ยามาดะแอบชอบ เป็นสมบัติอีกอย่างของยามาดะนั่นเอง หลังจากนั้น จู่ๆ ในโรงเรียนก็มีข่าวลือแพร่ไปในหมู่นักเรียนว่ามีเงินจำนวน 10 ล้านเยนฝังอยู่ในพุ่มกอหญ้ารกหลังโรงเรียน โดยว่ากันว่าเป็นสมบัติของชายชราที่เคยอาศัยอยู่ในบริเวณนั้นและได้เสียชีวิตลง ซึ่งประจวบเหมาะกับที่บริเวณที่พวกนักเรียนร่ำลือกันนั้นก็เป็นบริเวณเดียวกับที่ที่มีศพโครงกระดูกซ่อนอยู่ และเมื่อเหล่านักเรียนที่ตื่นข่าวลือพากันมองหาสมบัติกันอย่างหน้ามืดตามัว ทั้งสามคนที่เพิ่งรู้จักกันเพราะศพในพงหญ้า วาคาคุสะ ยามาดะ และโยชิคาวะ จึงต้องหาทางทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้ใครมาเจอศพที่ยามาดะถือเป็น “สมบัติ” ของเขาได้


และนั่นเป็นตอนก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายใหญ่โตจนคาดไม่ถึงในภายหลัง


ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องของร่างที่จมอยู่ในพงหญ้ารกริมฝั่งแม่น้ำ


ริเวอร์ส เอดจ์


A river runs through the city where we live. We’re not too far from the mouth, and the river itself is wide, with slow-moving and stagnant waters. It’s smelly, too.

The land along the riverbank has been left undeveloped. There, you’ll find an overgrown field of Canadian Goldenrod and cat carcasses strewn about.


เมื่อเรื่องราวดำเนินไป เราจึงได้เห็นว่าในท่ามกลางฉากหลังที่ดูเสื่อมโทรมอยู่โดยรอบ เบื้องหลังของตัวละครนั้นดูราวกับยังมีบรรยากาศของสิ่งที่ไม่รู้ตัวตนแน่ชัด รับรู้ได้แต่เพียงความมุ่งร้ายที่ไม่มีทิศทาง ตัวละครแต่ละคัวล้วนแต่เห็นแก่ตัวและโยนเอาความต้องการของตนใส่คนอื่นอย่างไม่ใครที่สมควรได้รับทั้งสิ้น ในสถานการณ์แบบที่ปรากฏอยู่ในมังงะเรื่อง “River’s Edge” นี้ ทุกคนจึงต่างตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ เป็นฝ่ายรองรับการกระทำของบรรยากาศของความมุ่งร้ายที่ลอยคลุ้งอยู่ทั่วบริเวณเหมือนควันจากโรงงานอุตสาหกรรม ตัวละครจึงต่างแสวงหาทางเอาตัวรอดเพื่อดำรงอยู่ในสภาวะที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการดำรงอยู่อย่างไม่เบียดเบียนใคร เป็นสภาวะที่การทำเหมือนไม่มีตัวตนเองนั้นเป็นเรื่องต้องห้าม


They fly in the air like electro-magnetic waves…

…these things I can’t see.

Love, malice, resignation, attachment.

Invisible waves of emotions.


River’s Edge” เป็นมังงะที่แสดงให้เห็นโลกที่แทบจะไร้ซึ่งการปลอบประโลม มีเพียงแต่โศกนาฏกรรมซ้อนกับโศกนาฏกรรมอีกเรื่อง ตัวละครที่หลงทางกันแทบทุกคนและไม่อาจบอกได้ว่ามีใครเพียงคนเดียวเป็นผู้ร้าย และดูเหมือนจะไม่มีใครเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นได้จากการก้าวผ่านเรื่องต่างๆ เรียกได้ว่าเป็นภาพของโลกที่เหี้ยมเกรียมไร้ปราณี แม้ตัวมังงะจะเล่าเรื่องราวไม่ต่างจากมังงะแนว Slice of life ทั้งเล่มกลับเต็มไปด้วยบทตอนที่อาจทำให้ใจหาย เบือนหน้าหนี หรืออุทานออกมาอย่างไม่รู้ตัว และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นล้วนเป็นสิ่งที่ย้ำเติมถึงความสามารถของ อ. โอคาซากิ เคียวโกะ ผู้เขียน เป็นมังงะแนวโจเซย์ที่ควรแก่การอ่านและเก็บสะสมอย่างยิ่ง

Kyoko Okazaki River's Edge โอคาซากิ เคียวโกะ
River’s Edge
เช็กราคา ที่ร้านคิโนะ (Kinokuniya)